คิดการณ์ไกลตั้งแต่เด็กเรียกว่า ความฝัน

เคยไหมครับ….
จิตใต้สำนึกที่เราคิดไว้ ฝันไว้ตอนเด็ก ๆ
แล้วเราก็ดำเนินชีวิต ใช้ชีวิตเรื่อยมา
หลาย ๆอย่างเป็นจริงอย่างที่เราคิด
หรือเคยคาดการณ์ไว้ในอดีต

ถ้าเคย…เราจจะรู้ศรัทธาในตัวเองมาก
ที่มองการณ์ไกล และเป็นไปอย่างอัตโนมัติ

ผมเป็นสามเณรน้อยบวชเรียนที่วัดบุณฯ สาย 2
ผ่านมาแล้ว 10 กว่าปี ยังจำความคิดความฝันของตัวเองได้ดี

ขณะนั้นผมบอกตัวเองว่า
ถ้าคิดจะออกไปสู่โลกแห่งความเป็นจริง
เราต้องเป็น….เราต้องเก่ง 2 อย่าง
หรืออย่างใดอย่างหนึ่ง ได้แก่
1.ภาษาอังกฤษ 2.คอมพิวเตอร์

เก่งอย่างใด อย่างหนึ่งก็ได้
เอาตัวรอดได้แน่ หรือได้งาน มีเงินเดือน
เพื่อประทั้งชีวิตต่อเติมฝันก้าวต่อไป

เวลาเข้าสู่โลกการทำงานจริง
ผมรู้แต่ว่า คนที่เป็นคอมพิวเตอร์
หรือทำงานใช้คอมพิวเตอร์เป็น
เราได้เปรียบคนอื่นอีกมากมาย

คนที่จะเก่งในด้านใดด้านหนึ่งนั้น
แน่นอนเบื้องหลังไม่ใช่ง่าย ๆ
พี่ชายผม มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก เจ้าพ่อ facebook.
หมุกม่นกินนอนอยู่กับแต่คอมพิวเตอร์
ไม่เห็นเดือนไม่เห็นตะวัน เขาถึงเป็นอันดับหนึ่งของโลก

แต่เราคงไม่ถึงเป็นอันดับหนึ่งของโลก
แค่เป็น….เพื่อมีวิชาชีพไว้เลี้ยงตัวเลี้ยงครอบครัว
ก็ถือว่าสุดยอดแล้วครับ

คนที่มีคอมไว้ดูหนังฟังเพลงไว้เล่นเกมส์
หรือ เล่น facebook เล่นไลน์ ไม่ก่อให้เกิด รายได้
หรือ ประโยชน์ใด ๆเลย ซ้ำร้ายยังคร่า(ฆ่า)เวลาชีวิตเราไป
โดยไม่รู้ตัวครับ ถ้าเป็นเช่นนี้ คอมพิวเตอร์กับงาน
เราคงไม่สามารถทำให้เจ้านายเห็นผลงาน
หรือปรับขึ้นเงินเดือน เลื่อนตำแหน่งให้เราได้แน่ ครับ

เพราะเราเป็นคอมพิวเตอร์ ใช้คอมพิวเตอร์เป็นแค่ งู ๆ ปลา ๆ
จำได้ไหมครับ ในใบสมัครงานเราติ๊กข้อที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
มีแต่ “พอใช้” กันทั้งนั้น
เจ้านายก็เลยให้เงินเดือนเรา “แค่พอใช้”

โปรแกรมคอมพิวเตอร์นั้น
ประยุตก์ใช้งานได้กับทุกสาขาอาชีพ
ถ้าใช้เป็นก็ช่วยทำให้เราเห็นเงินล้านได้
ถ้าใช้ไม่เป็นเราก็จะเห็นแค่ เกมส์,facebook,ไลน์
หรืออื่น ๆที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ครับ

อยากขับรถเป็น และเก่ง ต้องหัดขับบ่อย ๆ
อยากเก่งคอมพิวเตอร์ใช้งานทำเงินล้าน
ก็ต้องฝึก ๆ ๆ ๆ ตั้งแต่ยังหนุ่มยังน้อย
แก่ไปแล้ว นั่งนานก็ไม่ได้ สายตาก็ไม่ดี
ทั้งที่ใจสู้….แต่สังขารมันไม่สู้…..
(น้อง ๆหนุ่ม ๆทั้งหลายฟังไว้ครับ)

Facebook Comments