พี่สอนน้อง…จากพี่ชายนักสู้

น้องๆที่รัก
หลายคนอยากเก่งอยากประสบความสำเร็จเหมือนพี่ทัต
ความจริงพี่ก็เป็นเด็กด้อยโอกาสนะ
เป็นเด็กบ้านนอกคอกนอก เคยไถ่นา ดำนาเกี่ยวข้าว เลี้ยงควาย
ปลูกผัก ปลูกยาสูบ พรานปลาแห่งลุ่มน้ำโขงลาวใต้กับพี่ชาย
ที่ได้ทำตรงนั้นเพราะเกิดมาเราก็พบเจอเลย
ถึงได้ฉายา ทัต ณ ฝั่งโขง ไงครับ
 
เอาละน้องๆคงอยากรู้ว่า
เราจะเป็นคนเก่งได้อย่างไร
 
อันดับแรกเลยต้องเป็นคนดีของพ่อแม่ให้ได้
คือเราต้องตั้งเป้าหมายว่า เราจะนำแต่สิ่งดีๆมาให้พ่อแม่
และวงศ์ตระกูลของเรา เช่น ชื่อเสียงเรียงนามดีๆ
 
ความดีเราต้องใช้เวลาทำและสั่งสมมาเรื่อยๆ
คล้ายกับเราบ่มเพราะเมล็ดพันธ์อะไรสักอย่าง
 
ความดีก็เช่นกันครับ
เมื่อเราปลูกต้นแห่งความดี ผลก็จะได้อย่างที่เราปลูกแน่นอน
แต่ต้องใจเย็นๆ และฝังความเชื่อได้เลยว่า
ไม่ว่ากี่ภพชาติความดีนั้นต้องคืนสนองเราแน่นอนล้านเปอร์เซ็น
 
พี่ก็เชื่อและศรัทธาเช่นนั้นนะ จนถึงวันนี้
 
พ่อแม่พี่สอนเสมอว่า ไม่ว่าลูกจะไปตกอยู่ที่ใดเมืองใดชาติใด
ขอให้ลูกตั้งมั่นในความดีงาม
ทำความดีต่อที่นั้นๆประหนึ่งดุจดั่งแผ่นดินของพ่อแม่
เพราะที่ตรงนั้นมีบุญคุณอนันท์แน่
 
ให้ยึดถือเอาผู้คนดีของที่นั้นเป็นพ่อแม่ ลุงป้าน้าอาพี่ชายพี่สาว
เขาดีกับเราก็ทำความดีต่อเขาเหล่านั้น
เยี่ยงพี่ชายพี่สาวของเรา
 
ลำพังพ่อแม่อยู่ห่างไกลลูก ไม่มีสิทธิ์ได้ดูแล
ได้แค่มอบคำสอนและความห่วงใยทุกลมหายใจของพ่อแม่เท่านั้น
 
นี้คือ คำสอนของพ่อแม่ผมจริงๆครับ เพียงแค่ผมมาเรียงเรียง
เป็นภาษาไทยเท่านั้นเองครับ
 
อยากเป็นคนเก่ง………..
 
ทุกวันนี้พี่ไม่เคยคิดว่าตัวเองเก่งนะ
แต่รู้สึกว่าเราโตขึ้นแล้วประสบการณ์ก็มากขึ้นเท่านั้นเอง
 
ความล้มเหลวไม่ค่อยได้จดจำและจดบันทึกว่ากี่ครั้ง
 
แต่มันอยู่ในความทรงจำของพี่ตลอดเวลา
 
น้องๆที่รัก…..
พี่ย้ำอยู่เสมอว่า อยากเป็นคนเก่งต้องกล้าคิด กล้าทำ
ในสิ่งที่สร้างสรรค์ กล้าเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง
ไม่อาย….หากสิ่งเหล่านั้นมันสร้างสรรค์
 
อายุอยู่ในช่วงเวลาเรียน เรียนให้มันเต็มที่
อย่าขาดเรียนเป็นนิสัย อย่าทิ้งการเรียน อย่าลืมส่งงานที่
อาจารย์มอบหมาย น้องๆต้องหัดเป็นคนมีความรับผิดชอบ
 
ภาษิตฝรั่งเขาบอกว่า
 
“ความรับผิดชอบ คือราคาของความยิ่งใหญ่”
 
พี่ท่องจำขึ้นใจตั้งแต่บวชเรียนแล้วครับ ชอบมากคำนี้
 
เงิน….อาจซื้อความสะดวกสบายได้หรือ ซื้อความเก่งได้
แต่พี่ไม่มีเงิน พี่ต้องใช้ความสามารถล้วนๆในการฝึกตนเอง
ทั้งฝึกงานด้วยแรงกายแรงใจอดบ้างอิ่มบ้าง
 
อายุยังน้อย ไม่รู้จักความเหนื่อยล้า
ท้อได้แต่ถอยไม่ได้ และพี่จะไม่พูดมันเลยกับคำว่า
เป็นไปไม่ได้ ….พี่ต้องทำได้ ดีบ้าง ล้มเหลวบ้าง
พี่วิ่งชนปัญหาอย่างเดียว คล้ายบุกลุยแมร่งมันแบบบ้าเลือด
 
พี่เป็นลูกผู้ชาย แสดงความอ่อนแอได้แต่ในห้องนอนคนเดียว
แต่ไม่แสดงให้คนทั้งโลกเห็นความอ่อนแอของเรา
 
จากการทำๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ไม่สนใจเรื่องของชาวบ้าน ไม่สนใจเรื่องของคนอื่น
ใครจะพูด จะเป็นอย่างไรช่างเขา
แต่เรื่องของเรา เป้าหมายของเรา คืออยากเป็นคนดี คนเก่ง
และประสบความสำเร็จ
 
พ่อแม่ พี่น้องสุขสบาย และคนอื่น สังคมประเทศชาติ
ได้รับสิ่งดีๆจากเรา แม้ไม่มากก็ตาม
 
นั้นคือ ความยิ่งใหญ่ของพี่
 
“หนทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน”
 
กาลเวลาผ่านไป และผ่านไปนั้นคือ ความจริงว่าเรามายืน ณ จุดนี้ได้อย่างไร
 
เห็นไหมครับว่า ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่นั้น
ต้องใช้เวลาสั่งสมกันตั้งแต่วัยเรียนทีเดียว
วัยทำงานก็ต้องทำงานหนัก ฝึกหนัก
 
พี่เป็นคนไม่เกี่ยงงาน ไม่เกี่ยงเงิน
พี่รู้ว่าระหว่างที่เราเดินทางอดบ้างอิ่มบ้างไม่เป็นไร
แต่วันข้างหน้าพี่ต้องสุขสบายนั่งใช้เงิน จิ๊ปกาแฟราคาแพงๆ
ขับรถฟังเพลงชิลๆ ท่องเที่ยวชมธรรมชาติสวยๆ
มีเวลาทำงานอดิเรกที่เรารัก
เป็นนายตัวเอง ไม่ต้องมีใครมากำหนดเวลาเข้าทำงาน
ไม่ต้องให้ใครมาจ่ายเงินเดือนให้พี่
 
น้องรักชีวิตพี่น่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับน้องๆจากบ้านอก
บ้านนาได้บ้าง พี่เชื่อว่า น้องๆก้าวไปได้ไกลแน่
ขอเพียงแต่มีความมุ่งมั่น ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาชีวิต
 
อย่าลืมนะครับ
อย่าปล่อยให้ตัวเลขคืออายุของเราผ่านไปโดยที่เรา
ไม่ได้ใช้มันเพื่อตามล่าฝันอย่างเด็ดขาด
 
จงมีความฝันอันแรงกล้า
จงมีความปรารถนาอันแรงกล้า
จงเชื่อว่าเราจะประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่ที่สุด
ในแบบชีวิตของเราครับ
 
ด้วยรักและปรารถนาดี
 
จากพี่ชายนักสู้ลูกชาวนา
 
ทัต ณ ฝั่งโขง
24/6/59
Facebook Comments