ความฝันของเด็กชายต่างด้าว

ฉันเลือกเกิดเองไม่ได้ฉันจึงเป็นเด็กชาย “ต่างด้าว”
แม้ชีวิต…เหมือนถูกสาปจากฟ้า
แต่ฟ้า…ก็ไม่ได้ห้ามให้ฉันหยุดฝัน
เพราะฉันมีชีวิตอยู่เพื่อสร้างฝัน”

ฉันเลือกเกิดเองไม่ได้
ฉันจึงเป็นเด็กชายต่างด้าว
ฉันเลือกฝัน ในสิ่งที่ฉันอยากจะเป็น
แม้ฝันนั้นจะไกลเลือนราง (ในฐานะเด็กชายต่างด้าว)
ฉันไม่เคยท้อแท้และยอมแพ้ต่อโชคชะตาชีวิต
ฉันยอมให้ผู้คนดูถูกเหยียดหยาม
ยอมเป็นเช่นทาส ยอมอดมือ…กินมือ…
เพื่อเติมแต่ง และตามล่าฝันของฉัน
กลับคืนสู่มาตุภูมิ (ให้ได้)

บ่อยครั้ง ที่ฉันบอกกับตัวเองเสมอว่า
ณ วันนี้…
เราต้องอดทน… เราต้องเข้มแข็ง….
เราต้องเป็นคนดีของทุก ๆคน
แม้เขาจะไม่ชอบหน้าเรา
เราต้องเป็นคนดีของเขาให้ได้
หมายความว่า เราต้องไม่ชอบเขาตอบ

“ฉันย้ำเตือนตัวเองเสมอว่า
เราเกิดมาเพื่อเข้าใจตนเองและผู้อื่น
แต่ไม่ได้หวังให้คนอื่นมาเข้าใจเรา
หรือจะมีใครสักคนเข้าใจเรา
ฉันก็ไม่ปฏิเสธ และคงวิเศษมาก
สำหรับคนพลัดถิ่นอย่างฉัน”

ความฝันของเด็กชายต่างด้าว
ความฝันของเด็กชายต่างด้าว

ความในใจของเด็กชายต่างด้าว

อดีตเด็กบ้านนอกคนหนึ่งที่มีความรัก…ความฝัน…และความหวัง…บางครั้งฉันเข้าใจว่าฟ้าส่งข้าเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ แต่ทำไมบนถนนสายนี้ มันช่างตีบตันเหลือเกิน

ฉันบอกใจไม่ให้ท้อที่จะเขียนและบันทึกทุกเรื่องราวที่ผ่านเข้ามาในชีวิต บางครั้งรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเอง ในฐานะเด็กบ้านนอกคนหนึ่ง ฝันอยากจะมีผลงานเขียนเป็นรูปเล่ม หรือมีหนังสือวางจำหน่ายตามแผงหนังสือ

แรงบันดาลใจที่ทำให้ฉัน ต้องบันทึกเรื่องราวของตัวเอง ไม่ใช่เพราะอยากดัง (เพียงด้านเดียว) แต่เป็นแรงฝันของเด็กบ้านนอกคนหนึ่ง ซึ่งดิ้นรนต่อสู้ชีวิตทุกวิถีทาง เพื่อให้ตัวเองอยู่รอด และมีแรงตามล่าฝัน…นั้นคือได้ศึกษาเล่าเรียน ได้ทำงานในตำแหน่งที่ต้องการ (แม้ค่าแรงจะน้อย)

ทุกครั้งที่ฉันมองท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ ทำให้ฉันกลับย้อนมองดูตัวเอง ว่าเราเลือกจะอยู่ในโลกที่แคบหรือกว้างใหญ่
ฉันมองท้องฟ้า…น้ำตาคลอเบ้า…คิดถึงพ่อกับแม่และอนาคตของตัวเอง
“ฟ้าผู้ยิ่งใหญ่…ฉันเหนื่อยล้าเหลือเกิน ฉันทุ่มเททำงานอย่างสุดชีวิตของฉันแล้วนะ และผลการทำงานของฉัน (ทำการตลาด) ฉันรู้แต่เพียงว่าลูกค้าเข้าร้านเพิ่มมากขึ้น ยอดขายของกิจการเพิ่มมากขึ้น แต่ค่าแรงฉันยังคงเดิม ฉันยังอดมือกินมือเหมือนเดิม ขณะที่พ่อแม่ของฉัน ครอบครัวฉัน ยังรอความหวังจากฉันอย่างเลือนราง”
ฉันเดินหิ้วกระเป๋ากลับห้องพัก เหมือนจะเป็นลม… เหมือนหัวใจจะขาด… ทันทีที่ฉันเปิดประตูห้อง…ภาพพ่อกับแม่ที่ฉันติดไว้บนหัวนอน ทำให้ฉันสะอื้นแรงขึ้น…เหมือนฟ้ากลั่นแกล้งฉัน และฉันเหมือนจะเป็นลมล้มลงอย่างไม่รู้ตัว
15 กรกฎาคม 2550

บ่อยครั้งฉันท้อ… ฉันอยากให้ผู้คน(ทั้งโลก)รับรู้เรื่องราวความเป็นจริงของฉัน ผู้คนรอบข้างเห็นแต่ใบหน้าฉันยิ้มแย้ม แต่เบื้องหลังไม่มีใครรู้ความจริง ว่าฉันต่อสู้ดิ้นรนอย่างไร ฉันจึงอยากให้บทบันทึกฝันของฉัน(เด็กชายต่างด้าว) เป็นแรงบัลดาลใจให้กับทุก ๆ ชีวิตที่ดิ้นรนไขว่คว้า หรือใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางป่าคอนกรีต ซึ่งเต็มไปด้วยโลกมายาที่ต้องเรียนรู้และเข้าใจ

ฉันไม่ใช่นักฝันที่ประสบความสำเร็จแล้ว
แต่ฉันฝันเอาไว้เสมอว่า
ฉันจะต้องทำความฝันของฉันให้สำเร็จ
(หรือใกล้เคียงความสำเร็จ) ให้มากที่สุด

ในอีกมุมหนึ่งของชีวิต ฉันอยากให้ผู้คนทั้งโลก (ถ้าเป็นไปได้) รับรู้ความเป็นจริงเกี่ยวกับเรื่องราวของชีวิตเด็กชายต่างด้าว ซึ่งฉันเชื่อว่าเด็กชายต่างด้าวทุกคน…ไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นเด็กชายต่างด้าว

ท้ายสุดฉันขอกราบขอบพระคุณ คุณพ่อคุณแม่ที่รอความหวังอยู่ทางบ้าน ขอขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนในการทำให้ฉันมีแรงบัลดาลใจ และมีกำลังใจอยู่ตลอดเวลา ขอบคุณทุกท่านล่วงหน้าที่กรุณาอ่านบันทึกฝันของเด็กชายต่างด้าว

ขอคุณครับ.

ณ ฝั่งโขง

“ ชีวิต…ไม่ว่าจะสั้นหรือยาว ไม่สำคัญ
สำคัญตรงที่การมีชีวิตอยู่อย่างมีความหมาย”

หากในชีวิตนี้ เรามั่นใจว่า
ได้ทำแต่สิ่งดี ดี เพื่อตนเองและคนรอบข้าง
ได้พยายามทุ่มเททำหน้าที่ของตัวเอง
อย่างดีที่สุดแล้ว
แม้จะต้องจากโลกนี้ไป
ก็จงภูมิใจเถิด ว่าเราไม่เสียชาติเกิด

“ จากชีวิตเด็กบ้านนอกตัวเล็กๆคนหนึ่ง
แต่แววตาเต็มไปด้วยพลังแห่งความใฝ่ฝัน
พลังแห่งรักและศรัทธา
ทำให้เด็กบ้านนอกต้องกางปีกโผบิน
ท่ามกลางพายุและความโหดร้าย
ของโชคชะตาชีวิตที่เลือก(เกิด)ไม่ได้…”

Facebook Comments