8 วิธีค้นหาตัวเอง เหมาะขายสินค้าอะไร

งานขายเป็นงานที่ร่ำรวย งานขายเป็นงานที่ทำให้คนฉลาด และโง่เป็น  งานขายเป็นงานที่ต้องใจกล้าหน้าด้าน งานขายเป็นงานยาก แต่ถ้าอยากรวยอยากประสบความสำเร็จในชีวิต  งานขายคืองานที่ใช่….

ช่วงแรกๆที่ผมได้ทำงานขาย หรือที่เรียกว่าไรเร็คเซล ทำให้ผมท้อแท้สิ้นหวัง เพราะเสนอขายอะไรก็ขายไม่ได้ โดนลูกค้าปฏิเสธ บางครั้งถึงกับโดนดูถูกด้วยสายตา  จนผมสัญญากับตัวเองว่า ชาตินี้กูจะไม่ทำงานขาย

หลังจากนั้นก็หันมาเอาดีทางคอมพิวเตอร์กราฟิก ออกแบบเว็บไซต์ เป็นพนักงานออฟฟิช คิดว่ารอดพ้นจากงานขาย  แต่สุดท้ายก็กลายเป็นนักขายโดยไม่รู้ตัวและหลีกหนีไม่พ้น เมื่อวันหนึ่งเจ้านายให้ไปเสนอโปรเจ็ครับจัดงานทำบุญบริษัท สีทองฮาโต้ สมุทรปราการโรงงานใหญ่มาก  มีผู้บริหารหลายคนมานั่งฟังผมพรีเซนต์ง
แน่นอนครับ ผมมองไปเห็นแฟ้มอีกของคู่แข่งรายหนึ่งที่เจ้าหน้าที่ข้างๆผม คิดอยู่ในใจว่า เรามีคู่แข่งแล้ว  เราต้องเอาชนะให้ได้

ผมคิดว่าผมจะพาทำให้ดีที่สุด  ความรู้ความสามารถที่มีทั้งหมดจะงัดกลยุทธ์เด็ดออกมาให้หมด สุดท้ายผมปิดการขายงานนั้นได้สำเร็จ เชื่อไหมครับว่า ยอดเท่าไร 150,000  บาท  พระเจ้า…!  ข้าทำได้ขนาดนั้นเชียวหรือ…

8 วิธีค้นหาตัวเอง เหมาะขายสินค้าอะไร

  1. ค้นหาตัวเองให้เจอ
    ว่าเรามีความรักความชอบไม่ชอบอะไร ถ้าเราค้นหาตัวเองเจอ เราก็ค้นหาลูกค้าเจอ การค้นหาตัวเองนั้น เริ่มต้นจากความเชื่อ…เชื่ออะไร…เช่น  เชื่อว่าคนเราทุกคนมีศักยภาพ  ฉะนั้นทุกคนก็ต้องทำได้  ประสบความสำเร็จได้ จะมากหรือน้อย  เป็นอีกเรื่องหนึ่ง  แต่ต้องมีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง  ถึงจะค้นหาตัวเองได้ไว  หากขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง  เราก็จะอ่อนแอต่อตัวเองได้ง่าย  นั่นคือ ความเชื่อว่า  อะไรก็ทำไม่ได้ อะไรก็เป็นไม่ไม่ได้ มีแต่ไม่ๆๆๆ  อย่าหวังว่าจะขายอะไรได้กับเขาในชาตินี้
  2. รู้จักสร้างแรงบันดาลใจให้ตัวเอง
    ถ้าเราสร้างแรงบันดาลใจให้ตัวเองไม่ได้ เราก็ต้องแสวงหาแรงบันดาลใจให้ตัวเอง เช่นเวลาตัวเองอยากขายสินค้าอะไรสักอย่าง เราก็ต้องศึกษา  หรือมองภาพรวมทางการตลาด มองหาโอกาสใหม่ๆ  เราก็จะเกิดไอเดีย  เกิดแรงบันดาลใจขึ้นมา  ผมเชื่อว่าถ้าคนเรามีแรงบันดาลใจที่แข็งแกร่ง  แม้แต่อากาศที่หนาวเหน็บก็จะทำให้คนเรา  กระโดดลุกขึ้นจากที่นอนมาลงมือทำมันให้ได้
  3. ความคิดสร้างสรรค์ (คิดนอกกรอบ คิดต่าง)

ไอสไตล์ก็พูดไว้หลายร้อยปีแล้วว่า “จินตนาการสำคัญกว่าความรู้”  ผมศรัทธาในข้อนี้มากครับ เช่นพนักงานกราฟิกดีไซน์ คุณมีทักษะระดับเทพ  แต่พอให้คุณดีไซน์โบว์ชัวร์สินค้าที่คุณไม่ถนัด  คุณกับไปไม่เป็น  เพราะไม่มีจินตนาการไงครับ  ก็คือความคิดสร้างสรรค์  กล้าคิด กล้าพูด  กล้าทำ  การแสดงความคิดสร้างสรรค์นั้น คือฉายแววของคนมีไอเดีย  แสดงว่าเราเริ่มรู้จักขายความคิดแล้ว  แน่นอนมันต้องมีลูกค้าสนใจ ลูกค้าที่ว่า ก็คือเจ้านายของเรานั้นเอง  เขาซื้อไอเดีย  ซื้อตัวเราแล้ว  เพราะเขาคิดว่าไอ้นี้มันมีสมอง

  1. ต้องล้มเหลว 2-3 ครั้ง
    ต้องมีความล้มเหลวจากการขายหลายๆครั้งยิ่งดี เป็นนักขายใหม่ๆ ผมชอบอ่านหนังสือเล่าประสบการณ์ในการขายที่ว่า “ยิ่งล้มเหลว ยิ่งใกล้ประสบความสำเร็จ”  ผมงงกับประโยคนี้มาก  คืออะไรยิ่งล้มเหลวยิ่งใกล้ประสบความสำเร็จ บ้าหรือเปล่า  ในที่สุดผมก็เข้าใจปรัชญานี้ครับ  คือคนเราจะเก่งได้คุณต้องผ่านการฝึกฝน  ยังไม่พอครับ ฝึกฝนแล้ว  ยังต้องเข้าสู่สนามจริง เจ็บจริง  เพราะความล้มเหลวนี้แหละจะทำให้เรา  เก่งได้ประสบความสำเร็จได้เป็นกรูรูได้ เห็นไหมครับว่า  คนสำเร็จนั้นต้องผ่านอะไรเยอะแยะมากมาย
  2. ขายในสิ่งที่ตนเองชอบ และถนัดที่สุด
    เราเคยได้ยินจนชินแล้วครับกับคำนี้ ใครๆก็รู้  แล้วถ้าสินค้าที่ชอบแต่ไม่มีราคา ตลาดไม่กว้าง  คู่แข่งเยอะละ  ถ้าเรามีคำถามพวกนี้อยู่  แสดงว่า เราไม่ได้ชอบ  ไม่ได้รู้ลึก เกี่ยวกับสินค้าของเราแล้ว  ข้อนี้ต้องใช้ประสบการณ์ของตัวเองให้มากที่สุดในการตัดสินใจครับ ผิดถูกก็เป็นบทเรียน  ไม่เสียหายอะไรครับ
  3. สินค้าที่ใช่…คือสินค้าที่เรารู้ดีที่สุด
    ไมมีสูตรตายตัวในการเลือกสินค้ามาขาย แต่ผมเลือกสินค้าที่ผมรู้ดีที่สุดในระดับหนึ่ง คำว่ารู้ดีที่สุด  หมายได้หมายถึงรู้ตั้งแต่วัตถุดิบขั้นตอนการผลิต  อะไรทั้งหลายนั่น  คงไม่ไหวนะครับ  เอาเป็นว่ารู้พอขายได้  รู้เพื่อขายให้ได้  เอาตัวรอดได้  สุดท้ายเราก็จะมั่นใจเองอัตโนมัติครับ
  4. สินค้าทำเงิน เลี้ยงตัวเองได้ เลี้ยงทีมงานได้

สินค้าที่รักแต่ไม่ทำเงินละ  ทำไงดี ก็ต้องหาวิธีทำให้มันมีมูลค่าเพิ่ม  ผ่านมาถึงข้อ 7 แล้วประสบการณ์เราคงโซกโซนพอสมควรแล้วครับ ยิ่งทุกวันนี้  มีคู่แข่งเกิดขึ้นเยอะ  การแข่งขันกันสูง  ตัดราคากันอุดตลุด  บางคนก็อาจจะเหนื่อย  มองหาสินค้าอื่นมาขาย  เช่น เพื่อนผมแก่ขายศาลพระพรหม พระภูมิ  อยู่ดีๆแกก็ไปทำหมอเส็ง  เพออล  อะไรประมาณนี้  คือทุกคนต้องดิ้นรนครับ

  1. สินค้ากำไรน้อย แต่มั่นคง

หมายความว่า คนเราอย่าดูถูกกันครับ  บางคนขายห้องแถวเล็กๆ  แต่เขามีเงินเก็บเป็นล้านก็มี  เพราะสินค้าบางอย่างกำไรน้อยก็จริง  แต่ขอโทษมีฐานลูกค้าเหนียวแน่น  ขายได้ตลอดไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น  เราต้องทำให้ได้อย่างนี้ถึงจะรวยชั่วลูกชั่วหลานครับ

Facebook Comments