การเป็นเจ้าของธุรกิจ ยุค 4.0

  ความท้าทายของคนที่อยากเป็นเจ้าของกิจการในยุค 4.0 คือสิ่งที่ต้องใช้ความกล้าหาญในการตัดสินใจเหมือนทุบหม้อข้าวเดิมของตัวเองอย่างบ้าคลั่ง ถ้ามัวแต่ลังเลโอกาสหายวับไปต่อหน้าต่อตาแน่ครับเพราะการแข่งขันสูงมากๆ ประกอบกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจการเมืองที่ยังไม่เอื้ออำนวยสักเท่าไร ผมขอบอกว่าอย่าได้เอาปัจจัยเหล่านี้มาเป็นเงื่อนไขอย่างเด็ดขาด ลืมไปได้เลยครับ

 

การเป็นเจ้าของกิจการยุค 4.0  ต้องทำอย่างไรธุรกิจถึงจะไปรอด และเติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจได้? 

เป็นคำถามที่ตอบยากมากครับ  บางธุรกิจไม่ต้องทำอะไรมาก ก็อยู่ได้สบาย เพราะมีฐานลูกค้าอยู่ในมือมากพอสมควร  ลูกค้าใหม่อาจไม่มาก แต่ก็มีลูกค้าเก่าเข้ามาช่วยซื้อ  อย่างนี้ธุรกิจก็ไปได้สวยครับ  เจ้าของไม่ต้องเครียดมากนัก

บางธุรกิจ…ยุคนี้น่ากลัวมาก  เช่น ธุรกิจด้านสื่อสิ่งพิมพ์,  ด้านการสื่อสาร เช่น  โทรทัศน์ ทีวี ละคร  หนัง  โรงงานขนาดใหญ่  ธุรกิจ  SME กลางๆ หน่อย

หลายคนบ่นกับผมว่า  ดีจังเลย  ธุรกิจออนไลน์  ทีมงานไม่ต้องใช้คนมากเหมือนเขาที่ทำธุรกิจปุ๋ย  มีพนักงาน 50 กว่าคน  ปวดหัวมาก  ต้นทุนสูง และสิ่งที่เขาไม่กล้าพูดต่อแต่ผมพอจะเดาได้ว่า  ในใจเขามีเรื่องชวนเครียดอยู่อีกไม่น้อย  เช่น  ยอดขายตก…รับภาระขาดทุนซ้ำซากหลายเดือน  และตอนนี้เจ้าของต้องดิ้นรนทำทุกวิถีทางเพื่อประคับประคองธุรกิจให้อยู่ได้  รอด  ปลอดภัย  ก็บุญโขแล้ว

 

สถานการณ์แบบนี้ที่พึ่งสุดท้ายคืออะไรครับ?

คือการทำใจสบายครับ หลายๆ คน หันกลับมาพึ่งการทำบุญนี่แหละเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ พอใจสบาย ไม่ฟุ้งซ่าน ก็มีพลังบวกในการคิด ไตร่ตรอง แก้ไขปัญหา ไม่ใช่มองแต่ตัวเลขรายรับ รายจ่ายเป็นที่ตั้งแต่เพียงอย่างเดียว บางคนปรับกลยุทธ์การตลาดมากมายทุกกระบวนท่าตามนักการตลาด  ตามที่ปรึกษาแนะนำมามากแล้ว  ทุกอย่างก็กลายเป็นว่า  มีต้นทุนให้ต้องจ่ายเพิ่มตลอด  แถมยังไม่มีทีท่าว่ายอดขายจะพลิกมามากกว่าต้นทุนที่จ่ายไป แต่พอถึงจุดหนึ่งก็ได้เข้าใจว่า การที่จะเป็นเจ้าของธุรกิจในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนั้น แท้ที่จริงนั้นก็คือการเปลี่ยนตัวเองครับ เปลี่ยนตัวเองให้ทันต่อสถานการณ์ต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อธุรกิจของเรา แม้จะเป็นปัจจัยเพียงเล็กน้อย แต่ก็มองข้ามไม่ได้

 

การเป็นเจ้าของธุรกิจยุค 4.0 ไม่ง่ายครับ  แต่ในความไม่ง่ายนั้นก็เป็นบทพิสูจน์ถึงกึ๋นของเจ้าของได้อย่างหนึ่ง ในยามศึกสงคราม แม่ทัพก็ดูไม่ได้เก่งกาจสักเท่าไร แต่ทำไมชนะสงคราม  เคยสังเกตไหมครับ  ก็เพราะแม่ทัพมีใจเป็นใหญ่  มีใจเป็นประธาน (ปรัชญาของพระพุทธเจ้า)  คือเมื่อแม่ทัพมีกำลังใจดี  ก็จะส่งผลต่อลูกน้องให้มีกำลังใจดีไปด้วย ยิ่งถ้าแม่ทัพมีวาทศิลป์ประกอบด้วยแล้ว  ยิ่งปลุกพลังลูกทีมให้กลายเป็นนักรบผู้บ้าคลั่งได้เลยทีเดียว  ต่างกันกับแม่ทัพที่ไม่กล้าสู้  เอาแต่บ่น หวั่นไหว  อารมณ์เสียทุกวัน  เครียดทุกวัน  คอบพูดว่าจะปิดบริษัทให้ลูกน้องฟังแทบทุกวัน แบบนี้ผมว่าแม้แต่สัตว์เลี้ยงข้างกายเขาก็ไม่มีความสุขครับ

 

การเป็นเจ้าของกิจการยุคไหนก็ตาม  ต้องปรับตัวตลอดเวลา  ยิ่งเป็นยุค 4.0 ด้วยแล้ว ยิ่งต้องวิ่งให้เร็วกว่าเวลา  ซึ่งการวิ่งให้ทันโลกบางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องง้อเงินทุนเพียงอย่างเดียว  ผมเชื่อว่าคนที่เป็นเจ้าของธุรกิจรุ่นใหม่หรือเก่า  ฉลาดกันทุกคนไม่อย่างนั้น  คงไม่ได้เป็นเจ้าของกิจการหรอกครับ จริงไหม

เพราะฉะนั้นอย่าเผลอไปดุลูกน้องที่ไม่ได้เรื่องว่า  โง่  ไม่ได้เรื่อง  เดี๋ยวมันก็ด่ากลับว่า
“ถ้าตรูฉลาด…คงไม่ต้องมาเป็นลูกน้องหรอก  คงเป็นเจ้าของกิจการไปแล้ว” เอาฮาครับอย่าซีเรียส

 

ในความเป็นจริงโลกเราเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาครับ  เปลี่ยนตั้งแต่ 2,500  กว่าปีแล้ว  แล้วก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ครับ  เปลี่ยนไม่มีวันหยุด ฉะนั้นเราก็ต้องเตรียมพร้อมทั้งกายและใจ  ขณะเดียวกันการขับเคลื่อนธุรกิจก็ต้องทำต่อไปปรับปรุงปรับเปลี่ยนกันต่อไปเพื่อสิ่งที่ลงตัวขององค์กร

 

ยุคนี้เป็นยุคที่ท้าทายสำหรับเจ้าของกิจการครับ แผนหลัก  แผนรอง  ต้องมีไว้  ใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุดทุกช่องทาง เปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ  แต่อย่าเสียเวลาเรียนรู้อย่างเดียว ควรจะทำให้มากกว่าที่เรียนรู้  นั้นคือวิธีการที่จะทำให้เรารู้ว่า จุดหมายที่ว่าไกล  ที่แท้มันอยู่แค่เอื้อม

เป็นกำลังใจให้เจ้าของธุรกิจยุค 4.0 ทุกๆ คนนะครับ

สุทัศน์  ศรีพรม
เจ้าของร้านบูชาสังฆภัณฑ์ออนไลน์

นักออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์

          และสำหรับผู้ที่เป็นเจ้าของธุรกิจ อยากรู้วิธีการบริหารลูกน้อง การมอบหมายงานลูกน้องในยุค 4.0 อ่านได้จาก Link นี้เลย

Facebook Comments